ลูกพิมพ์คำถามเข้าไป ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้คำตอบที่เป็นมิตรและฟังดูมั่นใจ บางครั้งมีมุกตลกหรือคำว่า "คำถามดีมากเลย!" มาด้วย สำหรับเด็กแล้ว อาจรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนที่ฉลาดมาก เด็กบางคนเริ่มขอคำแนะนำจากมัน เล่าเรื่องในแต่ละวันให้มันฟัง หรือเชื่อทุกอย่างที่มันพูด
โปรแกรมแชตที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (มักเรียกว่าแชตบอต) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่เด็กๆ ต้องการความช่วยเหลือเพื่อเข้าใจว่าอีกฟากของหน้าจอคืออะไร บทความนี้อธิบายด้วยถ้อยคำที่เด็กตามทันว่าแชตบอตสร้างคำตอบได้อย่างไร แนะนำการทดลองที่ลองทำด้วยกัน และเสนอกฎของครอบครัวที่ควรตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น
แชตบอตสร้างคำตอบได้อย่างไร
แชตบอตถูกฝึกจากข้อความจำนวนมหาศาล ทั้งหนังสือ เว็บไซต์ และบทสนทนา จากข้อความทั้งหมดนั้นมันเรียนรู้ว่าคำไหนมักตามหลังคำไหน เมื่อลูกถามคำถาม มันจะสร้างคำตอบทีละชิ้น โดยเลือกคำที่น่าจะมาต่อกันมากที่สุดในแต่ละครั้ง
นั่นคือเหตุผลที่คำตอบฟังดูเป็นธรรมชาติมาก แต่ก็หมายความว่า
- มันไม่ได้รู้เรื่องต่างๆ แบบที่คนรู้ มันนำคำที่มักไปด้วยกันมาต่อกัน โดยส่วนใหญ่ได้คำตอบที่ดี แต่บางครั้งก็ได้คำตอบที่ผิดซึ่งฟังดูมั่นใจไม่แพ้กัน
- มันไม่มีความรู้สึก "ยินดีที่ได้ช่วยนะ" เป็นเพียงรูปแบบการเรียงคำ ไม่ใช่ความรู้สึก
- มันไม่ได้เก็บความลับให้เรา สิ่งที่พิมพ์เข้าไปอาจถูกบริษัทที่ให้บริการเก็บไว้
สำหรับเด็กเล็ก อธิบายแบบง่ายๆ ก็พอ เช่น "มันอ่านข้อความมาเยอะมาก แล้วเดาว่าคำไหนเหมาะที่สุด มันเดาเก่งมาก แต่ไม่ได้คิดหรือรู้สึกแบบพวกเรา"
การทดลองที่ลองทำด้วยกัน
นั่งข้างลูกแล้วลองทำสามอย่างนี้ คุยกันถึงผลของแต่ละข้อก่อนไปข้อต่อไป
- ถามคำถามเดิมสองครั้ง เช่น "เล่านิทานสั้นๆ เกี่ยวกับแมวให้หน่อย" คำตอบครั้งที่สองมักต่างจากครั้งแรก ลองถามลูกว่า "ถ้ามันรู้คำตอบที่ถูกอยู่ข้อเดียวจริงๆ ทำไมคำตอบถึงเปลี่ยนล่ะ"
- ถามเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว ลองถามเรื่องเมืองที่อยู่ ครอบครัว หรือหนังสือที่ลูกรู้จักดี มันตอบถูกทุกอย่างไหม ถ้าเราไม่รู้คำตอบอยู่แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคำตอบผิด
- ถามว่ามันรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าจะได้คำตอบอะไร ให้ถามลูกว่า "โปรแกรมจะเหนื่อยหรือมีความสุขได้จริงๆ หรือเปล่า"
การทดลองเล็กๆ เหล่านี้สอนนิสัยที่สำคัญ คือคำตอบที่ฟังดูมั่นใจไม่ได้ถูกเสมอไป และควรตรวจสอบ
แชตบอตไม่ใช่เพื่อน
แชตบอตถูกออกแบบมาให้สุภาพและให้กำลังใจ เด็กบางคนจึงเริ่มมองมันเป็นเพื่อนที่อยู่ให้คุยได้ทุกเมื่อ การบอกความแตกต่างอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยได้
- เพื่อนจำเราได้ ใส่ใจเรา และสังเกตเห็นเมื่อเราไม่สบายใจ แชตบอตเพียงตอบคำที่ได้รับเข้ามา
- เพื่อนก็ผิดได้เหมือนกัน แต่รู้ว่าตัวเองเป็นคน แชตบอตอาจแต่งเรื่องขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
- เมื่อมีเรื่องเศร้า เรื่องที่กังวล หรือเรื่องที่สับสน คนที่ควรไปคุยด้วยที่สุดคือครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่โปรแกรม
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าแชตบอตไม่ดี เพียงแต่วางไว้ให้ถูกที่ คือเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ที่ปรึกษาคนสนิท
กฎของครอบครัวที่ควรตั้งไว้
| กฎ | เหตุผล |
|---|---|
| ใช้ในห้องส่วนรวม ไม่ใช่อยู่คนเดียวหลังประตูที่ปิดสนิท | คุณเห็นว่ามันตอบอะไร และคุยกันได้ด้วยกัน |
| ไม่พิมพ์ชื่อเต็ม ที่อยู่ โรงเรียน หรือรูปภาพ | สิ่งที่พิมพ์เข้าไปอาจถูกเก็บไว้ |
| ตรวจสอบคำตอบสำคัญจากหนังสือหรือถามคน | แชตบอตอาจผิดได้ทั้งที่ฟังดูมั่นใจ |
| ทำการบ้านโดยใช้มันเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อคัดลอก | การคิดให้ออกด้วยตัวเองทำให้การเรียนรู้อยู่ได้นาน |
| ถ้าคำตอบแปลกหรือทำให้ไม่สบายใจ ให้เอาไปให้ผู้ใหญ่ดู | ไม่ต้องรับมือคนเดียว |
บริการจำนวนมากยังกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ในข้อกำหนดการใช้งานด้วย ควรตรวจสอบก่อนให้ลูกใช้ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเรื่องอายุอย่างไร เด็กเล็กควรใช้แชตบอตเมื่อมีคุณอยู่ข้างๆ เท่านั้น ส่วนเด็กโตสามารถได้รับอิสระมากขึ้นเมื่อแสดงให้เห็นว่าทำตามกฎได้
การหาคำตอบด้วยตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ใน Dologi ปุ่มคำใบ้จะให้คำใบ้เล็กๆ ก่อน และช่วยเพิ่มเฉพาะเมื่อลูกกดขอซ้ำ ขั้นตอนสุดท้ายของการคิดจึงยังเป็นของลูก
สรุป
- แชตบอตสร้างคำตอบจากรูปแบบในข้อความจำนวนมหาศาล ฟังดูมั่นใจแต่ผิดได้
- การถามคำถามเดิมสองครั้ง หรือถามเรื่องที่เรารู้ จะช่วยให้ลูกเห็นว่ามันทำงานอย่างไร
- มันไม่มีความรู้สึกและไม่ใช่เพื่อน เรื่องกังวลและเรื่องเศร้าควรเล่าให้คนฟัง
- ตั้งกฎง่ายๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ คือใช้ในห้องส่วนรวม ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว ตรวจสอบคำตอบ และบอกผู้ใหญ่เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง
อ่านเพิ่มเติม: ปัญญาประดิษฐ์คืออะไร วิธีอธิบาย AI ให้เด็กเข้าใจ
