บทความทั้งหมด

ลูกแพ้ทีไรร้องไห้ทุกที: สอนลูกให้รู้จักแพ้ชนะอย่างมีน้ำใจ

หน้าเศร้า ลูกเต๋า และหน้ายิ้ม

เกมกำลังสนุกจนถึงการทอยลูกเต๋าครั้งสุดท้าย แล้วกระดานก็ลอยกระจาย น้ำตาไหล และลูกตะโกนว่าเกมนี้ไม่สนุกเลย หรือลูกอาจเปลี่ยนกติกา เลิกเล่นก่อนจะแพ้ หรือยอมเล่นเฉพาะตอนที่มั่นใจว่าจะชนะ พ่อแม่หลายคนเจอภาพนี้ โดยเฉพาะกับลูกวัยประมาณสี่ถึงเจ็ดขวบ นั่นไม่ได้แปลว่าลูกถูกตามใจจนเสียคน การรู้จักแพ้เป็นทักษะอย่างหนึ่ง และเหมือนทักษะอื่น ๆ เรียนรู้ได้จากการฝึกและแบบอย่างที่ดี

ทำไมการแพ้ถึงยากนัก

สำหรับเด็กเล็ก เกมไม่ใช่ "แค่เกม" แต่เป็นบททดสอบเล็ก ๆ ว่าตัวเองเก่งหรือเปล่า และการแพ้อาจรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เก่ง

  • อารมณ์ใหญ่ แต่วิธีรับมือยังน้อย ความผิดหวังมาเร็วและแรง และเด็กเล็กยังรู้จักวิธีทำให้ตัวเองสงบลงไม่มาก
  • "แพ้" ฟังเหมือน "ไม่เก่ง" เด็กมักยังแยกผลของเกมหนึ่งตาออกจากตัวตนของตัวเองไม่ได้
  • ยอมรับเรื่องโชคได้ยาก ในเกมลูกเต๋า ไม่มีใครเลือกที่จะแพ้ จึงรู้สึกไม่ยุติธรรม

เด็กส่วนใหญ่จะรับมือได้ดีขึ้นตามเวลา มักเป็นช่วงชั้นประถมต้น แต่เด็กแต่ละคนไปถึงจุดนั้นตามจังหวะของตัวเอง

แสดงให้ลูกเห็นว่าแพ้อย่างไร

เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่พ่อแม่ทำมากกว่าสิ่งที่พ่อแม่พูด

  • แพ้ออกเสียง "โอ๊ะ แม่แพ้แล้ว เสียดายนิดหน่อย แต่ตานี้สนุกนะ เล่นอีกตาไหม" การพูดความรู้สึกออกมาแล้วไปต่อ ทำให้ลูกเห็นว่าความผิดหวังเป็นเรื่องปกติและเดี๋ยวก็ผ่านไป
  • ชนะอย่างใจดี "ตานี้พ่อชนะ ตอนท้ายลูกเกือบแซงพ่อแล้วนะ!" ไม่ต้องเต้นฉลองชัย ไม่ต้องพูดว่า "พ่อเก่งที่สุด"
  • พูดว่า "เล่นได้ดีมาก" ทุกครั้ง ไม่ว่าใครชนะ ไม่นานจะกลายเป็นนิสัยของทั้งบ้าน

อย่าให้ลูกชนะตลอด

การยอมให้ลูกชนะทุกครั้งดูเหมือนใจดี แต่ทำให้ลูกเสียโอกาสฝึกแพ้ในที่ที่ปลอดภัย กับคนที่รักเขา

แทนการยอมแพ้ ลอง ทำให้เกมยุติธรรมขึ้น

  • ให้ลูกได้เปรียบตอนเริ่ม เช่น ให้คะแนนเพิ่มนิดหน่อย ให้ทอยเพิ่มอีกครั้ง หรือให้ทางเดินสั้นลง
  • เลือกเกมที่มีเรื่องโชคเข้ามาเกี่ยว เด็กเล็กจะได้มีโอกาสชนะจริง ๆ
  • เล่นเป็นทีม ให้ลูกกับผู้ใหญ่หนึ่งคนอยู่ฝ่ายเดียวกัน

แบบนี้ลูกจะได้ชนะบ้าง แพ้บ้าง อย่างจริงใจ

เมื่อน้ำตาไหล

  • ใจเย็นและเรียกชื่อความรู้สึก "ลูกเสียดายมากเลยนะ อยากชนะมากใช่ไหม" ความรู้สึกที่ถูกเรียกชื่อมักสงบลงเร็วขึ้น
  • ยอมรับความรู้สึก แต่ไม่ใช่ทุกการกระทำ "โกรธได้นะ แต่ปาไพ่ไม่ได้"
  • พักก่อนถ้าจำเป็น "หยุดสักแป๊บ พร้อมเมื่อไรค่อยเล่นต่อ" เก็บคำอธิบายไว้ทีหลัง
  • คุยกันอีกทีภายหลัง ตอนที่ทุกคนใจเย็นแล้ว "ครั้งหน้าถ้ารู้สึกแบบนี้อีก ลูกทำอะไรได้บ้าง หายใจลึก ๆ ไหม หรือพูดว่า 'โอ๊ย ไม่นะ!' แล้วเล่นต่อ"
  • ชมความพยายาม ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ "ตามหลังอยู่แต่ลูกก็เล่นจนจบ" ช่วยได้มากกว่า "ครั้งหน้าลูกชนะแน่"

เกมที่ช่วยให้ฝึกได้ง่ายขึ้น

  • เกมร่วมมือ ทุกคนอยู่ฝ่ายเดียวกันสู้กับเกม เช่น ต่อหอคอยให้สูงที่สุดก่อนหมดเวลา ต่อจิกซอว์ให้เสร็จด้วยกัน ช่วยของเล่นกลับบ้านก่อน "ฝน" จะมา ไม่มีใครแพ้ มีแต่ผลลัพธ์ร่วมกัน
  • เกมสั้น ๆ แพ้เกมห้านาทีรับได้ง่ายกว่าแพ้เกมหนึ่งชั่วโมง และแก้มือได้ทันที
  • "ทำลายสถิติของตัวเอง" นับว่าลูกรับลูกบอลได้กี่ครั้ง แล้วพรุ่งนี้ลองทำให้ได้มากกว่าเดิม คู่แข่งคือตัวลูกเองเมื่อวาน

ถ้าลูกอาละวาดหนักบ่อยมาก นานมาก หรือจบลงด้วยการทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น ควรปรึกษาครูหรือกุมารแพทย์ ซึ่งจะช่วยมองภาพรวมได้

ใน Dologi ไม่มีคู่แข่งและไม่มีอันดับ คำตอบที่ผิดจะไม่ขึ้นเป็นสีแดง ภาพจะสั่นเบา ๆ และมีข้อความ "เกือบแล้ว ลองอีกครั้งนะ!" แล้วลูกก็เปลี่ยนคำตอบและตรวจใหม่ได้ เป็นที่สงบ ๆ สำหรับฝึกทำผิด

สรุป

  • การรู้จักแพ้เป็นทักษะที่ลูกเรียนรู้ได้จากเวลา การฝึก และแบบอย่างที่ดี
  • พ่อแม่แพ้และชนะออกเสียงให้ลูกเห็น พูดความรู้สึก พูดว่า "เล่นได้ดีมาก" แล้วเล่นต่อ
  • ทำให้เกมยุติธรรมขึ้นแทนการยอมให้ลูกชนะตลอด และเพิ่มเกมร่วมมือ
  • เมื่อลูกร้องไห้ เรียกชื่อความรู้สึก กำหนดขอบเขตของการกระทำ และคุยกันเมื่อทุกคนใจเย็นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม: ลูกยอมแพ้ง่ายเมื่อเจอโจทย์ยาก: ช่วยให้ลูกไม่ยอมแพ้และไม่กลัวทำผิด