บทความทั้งหมด

สอนลูกให้รู้จักผูกมิตรและแบ่งปัน: ทักษะการเล่นกับเพื่อน

กระต่ายสองตัวหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางมีลูกบอลและกล่องของขวัญ

"ไม่มีใครเล่นกับหนูเลย" "เขาไม่ให้ยืม!" "เขาแย่งพลั่วหนูไป!" การเล่นกับเด็กคนอื่นนำมาซึ่งความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในวัยเด็ก และก็เป็นที่ที่ปัญหาจริงครั้งแรก ๆ เกิดขึ้นด้วย การเข้ากับเพื่อนได้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กรู้วิธีมาตั้งแต่เกิด การรอคิว การเข้าไปเล่นด้วย การแบ่งปัน และการปฏิเสธอย่างสุภาพ ล้วนเป็นทักษะ และเหมือนทักษะอื่น ๆ ที่พัฒนาได้ด้วยการฝึก บ้านคือที่ที่ดีและปลอดภัยสำหรับเริ่มต้น

ทักษะการคบเพื่อนมาทีละขั้น

เด็กเล็กมากมักเล่นข้าง ๆ กัน ต่างคนต่างเล่นของเล่นของตัวเอง ก่อนจะเล่นด้วยกันจริง ๆ พอถึงวัยอนุบาล เด็กหลายคนเริ่มคิดเกมเล่นกับเพื่อน มีบทบาท มีกติกา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาถึงไม่พร้อมกันในเด็กแต่ละคน และเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ช่วยได้ในทุกวัยเหมือนกันหมด คือโอกาสได้เล่นกับเด็กคนอื่น ผู้ใหญ่ที่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และความอดทนเมื่อมีอะไรไม่ราบรื่น

การรอคิว

การผลัดกันเล่นเป็นพื้นฐานของเกมเกือบทุกเกมที่เล่นกับเพื่อน

  • เล่นเกมที่ต้องผลัดกันที่บ้าน เกมกระดาน เกมไพ่ กลิ้งลูกบอลไปมา "ตาแม่ ตาลูก"
  • ใช้นาฬิกาจับเวลากับของเล่นที่ทุกคนอยากเล่น "ลูกเล่นสกูตเตอร์จนนาฬิกาดังนะ แล้วถึงตาน้อง" นาฬิกาเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด
  • พูดถึงการรอ "การรอเป็นเรื่องยากนะ ลูกรอเก่งมาก"
  • ทำเป็นตัวอย่างตอนคุยกัน ผลัดกันพูดตอนกินข้าว ไม่พูดแทรก ก็เป็นการฝึกเหมือนกัน

การแบ่งปัน และเมื่อไรที่ไม่ต้องแบ่ง

  • สอนวิธีขอ "เล่นเสร็จแล้วขอยืมได้ไหม" ได้ผลดีกว่าการแย่งหรือ "เอามานี่!"
  • สอนวิธีตอบ "ยังเล่นอยู่ เดี๋ยวให้ยืมนะ" เป็นคำตอบที่ยุติธรรม เด็กไม่จำเป็นต้องยื่นของเล่นให้ทันทีที่มีคนขอ
  • เก็บของเล่นชิ้นพิเศษก่อนแขกมา ลูกเก็บของรักไว้เป็นของตัวเองสักสองสามชิ้น แล้วแบ่งปันที่เหลือได้
  • สังเกตตอนที่ลูกมีน้ำใจ "ลูกให้เพื่อนยืมรถสีแดง เพื่อนดูดีใจมากเลย"

การขอเข้าไปเล่นด้วย

การเดินเข้าไปหากลุ่มที่กำลังเล่นกันอยู่เป็นเรื่องยากสำหรับเด็กหลายคน

  • ดูก่อน ดูสักพักว่าคนอื่นกำลังเล่นอะไร
  • พูดถึงเกมที่เขาเล่น "ตึกสูงจังเลย!" เปิดทางได้ดีกว่าแค่ "ขอเล่นด้วย"
  • เสนอบทบาท "เราเป็นคนขายของได้ไหม" หรือ "เดี๋ยวไปเอาตัวต่อมาเพิ่มให้"
  • เตรียมแผนเมื่อได้คำตอบว่า "ไม่" บางครั้งคำตอบคือไม่ ลองฝึกว่าจะทำอะไรต่อ ขอใหม่ทีหลัง หาเพื่อนคนอื่น หรือเริ่มเกมของตัวเอง

ฝึกด้วยการเล่นบทบาทสมมุติ

การเล่นบทบาทสมมุติช่วยให้ซ้อมสถานการณ์ยาก ๆ ได้ในตอนที่ไม่มีใครกำลังโกรธ

  • ใช้ตุ๊กตาหรือหุ่นมือ "กระต่ายอยากเล่นลูกบอล แต่หมีกำลังเล่นอยู่ กระต่ายควรพูดว่าอะไรดี"
  • สลับบทบาท ให้ลูกเป็นฝ่ายปฏิเสธ แล้วเป็นฝ่ายขอ
  • ฝึกพูดว่า "หยุดนะ ไม่ชอบแบบนั้น" ประโยคที่ชัดเจนและใจเย็นช่วยให้ลูกปกป้องตัวเองได้โดยไม่ต้องตีกลับ
  • ฝึกการฟังด้วย เพื่อนที่ดีจะมองคนที่กำลังพูด รอตาตัวเอง และถามคำถาม "สร้างอะไรอยู่เหรอ"

เมื่อลูกต้องใช้เวลานานกว่าจะคุ้นเคย

เด็กบางคนกระโจนเข้ากลุ่มไหนก็ได้ทันที บางคนดูอยู่นานก่อน ทั้งสองแบบไม่เป็นไรเลย

  • อย่าติดป้ายต่อหน้าลูก "ลูกขี้อายน่ะ" อาจกลายเป็นสิ่งที่ลูกเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง
  • เริ่มเล็ก ๆ เล่นกับเพื่อนทีละคน ที่บ้านหรือที่สวนเงียบ ๆ ง่ายกว่างานเลี้ยงใหญ่
  • ไปถึงก่อน การเข้ากลุ่มตอนที่เพิ่งเริ่มรวมตัวง่ายกว่าเดินเข้าไปในเกมที่กำลังสนุกกันอยู่
  • คุยกับครู ถ้าลูกดูเศร้ามากหรืออยู่คนเดียวแทบตลอด ครูเห็นลูกอยู่กับเพื่อนทุกวันและช่วยได้

สรุป

  • การเข้ากับเพื่อนได้เป็นชุดทักษะที่โตขึ้นทีละขั้น และเร็วช้าต่างกันในเด็กแต่ละคน
  • ฝึกผลัดกันที่บ้านด้วยเกมและนาฬิกาจับเวลา และสอนวิธีขอกับวิธีตอบเมื่อต้องแบ่งปัน
  • ช่วยลูกเข้าไปเล่นด้วยการดูก่อน พูดถึงเกม และเสนอบทบาท พร้อมแผนเมื่อได้คำตอบว่า "ไม่"
  • ใช้บทบาทสมมุติซ้อมสถานการณ์ยาก เริ่มเล็ก ๆ กับเด็กที่ต้องใช้เวลา และคุยกับครูถ้ากังวล

อ่านเพิ่มเติม: ลูกแพ้ทีไรร้องไห้ทุกที: สอนลูกให้รู้จักแพ้ชนะอย่างมีน้ำใจ