"สามขวบเรียนภาษาต่างประเทศเร็วไปไหม แปดขวบสายไปหรือยัง" พ่อแม่ได้ยินความเห็นมากมาย บางความเห็นมาพร้อมคำสัญญาใหญ่โต คำตอบที่ตรงไปตรงมานั้นง่ายกว่า เด็กเริ่มสนุกกับภาษาอื่นได้แทบทุกวัย และสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่วันที่เริ่ม แต่คือได้เจอภาษานั้นบ่อยแค่ไหนและสนุกแค่ไหน บทความนี้พูดถึงเรื่องอายุ เรื่องที่ช่วยให้สบายใจขึ้น และแนะนำเกมกับกิจวัตรง่าย ๆ ที่ทำได้ที่บ้าน แต่ละบ้านมีสถานการณ์ต่างกัน เลือกสิ่งที่เหมาะกับบ้านคุณ
มี "อายุที่ดีที่สุด" ไหม
ไม่มีอายุที่ถูกต้องเพียงอายุเดียวสำหรับการเริ่ม
- เด็กเล็ก มักเลียนเสียงได้เก่งและไม่อายที่จะลอง เรียนรู้ผ่านเพลง การเล่น และการทำซ้ำ
- เด็กโต เข้าใจคำอธิบาย อ่านหนังสือได้ และใช้สิ่งที่รู้จากภาษาแม่ได้ มักก้าวหน้าเร็ว
- สิ่งที่สร้างความแตกต่าง ในทุกวัยคือการได้เจอภาษาอย่างสม่ำเสมอ ทีละน้อย ในสถานการณ์ที่สนุกและมีความหมาย
ระวังคำสัญญาว่าลูกจะ "พูดได้สองภาษาในไม่กี่เดือน" การเรียนภาษาใช้เวลานาน และเด็กแต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง
ลูกจะสับสนไหม
พ่อแม่หลายคนกังวลว่าภาษาที่สองจะทำให้ภาษาแรกช้าลง
- เด็กรับมือกับภาษามากกว่าหนึ่งภาษาได้ เด็กจำนวนมากทั่วโลกเติบโตมากับการได้ยินสองภาษาหรือมากกว่า
- การพูดปนคำเป็นเรื่องที่พบบ่อย เมื่อเด็กรู้คำในสองภาษา และมักแยกแยะได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
- รักษาภาษาที่บ้านไว้ให้แข็งแรง คุย อ่าน และร้องเพลงในภาษาที่พ่อแม่ถนัดที่สุดต่อไป ภาษาแม่ที่แข็งแรงเป็นฐานที่ดีสำหรับทุกภาษา
ถ้ากังวลเรื่องพัฒนาการด้านการพูดของลูกโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักแก้ไขการพูด แทนการหยุดภาษาที่สองเอง
เกมที่ลองทำที่บ้าน
- เพลงและคำคล้องจองที่มีท่าทาง เพลงง่าย ๆ ที่มีการขยับ เช่น ปรบมือ ชี้อวัยวะ นับนิ้ว ช่วยเชื่อมคำกับความหมาย
- เรียกชื่อสิ่งของในบ้าน เลือกของสักสองสามอย่างแล้วเรียกเป็นภาษาใหม่ แก้ว ประตู ลูกบอล จะติดป้ายรูปเล็ก ๆ ไว้ด้วยก็ได้
- เกม "ฉันเห็น…" เป็นภาษาใหม่ "ฉันเห็นของสีแดง" เริ่มจากสีและของง่าย ๆ
- ฟังแล้วทำตาม ให้คำสั่งง่าย ๆ "กระโดด! จับจมูก! นั่งลง!" เด็กชอบได้ขยับไปพร้อมกับฟัง
- นับทุกอย่าง ขั้นบันได ก้าวเดินตอนเดินเล่น ลูกองุ่นในจาน
- เล่นขายของ ใช้ไม่กี่คำในการซื้อขาย "สวัสดี" "ขอ…หน่อย" "ขอบคุณ" "กี่อัน"
ทีละนิด แต่บ่อย ๆ
- วันละสิบนาทีดีกว่าสัปดาห์ละชั่วโมง ช่วงสั้น ๆ ที่สม่ำเสมอทำต่อเนื่องได้ง่ายกว่าและจำได้ดีกว่า
- ผูกไว้กับกิจวัตร ร้องเพลงตอนอาบน้ำ เรียกชื่อสีตอนกินข้าวเช้า นับเลขระหว่างทางไปโรงเรียน
- ทำซ้ำสิ่งที่ลูกชอบ เด็กชอบฟังเพลงหรือนิทานเดิมหลายครั้ง และการทำซ้ำนี่เองที่ทำให้คำติดอยู่
ถ้าพ่อแม่รู้แค่พื้นฐาน
ไม่ต้องพูดคล่องก็ช่วยลูกได้
- เรียนไปด้วยกัน "แม่ก็ไม่รู้ว่าพูดยังไง มาหาคำตอบด้วยกันนะ" ทำให้ลูกเห็นว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องของทุกคน
- ใช้เสียงบันทึก เพลงหรือนิทานที่คนพูดคล่องร้องหรืออ่าน แล้วร้องตามไปด้วยกัน
- ไม่ต้องกังวลเรื่องสำเนียง ความสนุกของพ่อแม่สำคัญกว่าการออกเสียงที่สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ควรเลี่ยง
- ทำให้เป็นการสอบ "พูดภาษาอังกฤษให้คุณป้าฟังหน่อย!" ต่อหน้าญาติอาจทำให้ลูกเงียบไปเลย
- เปรียบเทียบ ลูกกับเด็กคนอื่นที่ดูเหมือนรู้มากกว่า
- ใช้หน้าจอนาน ๆ เป็นวิธีเรียนหลัก คำจะติดได้ดีที่สุดเมื่อมีคนคุยและเล่นกับลูก
ใน Dologi พ่อแม่เลือกภาษาให้ผู้เล่นแต่ละคนได้ในพื้นที่ผู้ปกครอง จากสิบภาษา เด็กที่รู้วิธีเล่นปริศนาอยู่แล้วลองเล่นเป็นภาษาอื่นดูได้ ภาพยังเหมือนเดิม มีแค่คำที่เปลี่ยนไป
สรุป
- ไม่มีอายุที่ดีที่สุดเพียงอายุเดียว การได้เจอภาษาอย่างสม่ำเสมอและสนุกสำคัญกว่าเวลาที่เริ่ม
- เด็กรับมือกับภาษามากกว่าหนึ่งภาษาได้ และควรรักษาภาษาที่บ้านไว้ให้แข็งแรงด้วย
- ใช้เพลง เกมเรียกชื่อ "ฟังแล้วทำตาม" และการเล่นบทบาทสมมุติ ทีละนิดทุกวัน
- ไม่ต้องพูดคล่อง เรียนไปด้วยกัน เลี่ยงการสอบและการเปรียบเทียบ และทำให้สนุก
อ่านเพิ่มเติม: ฝึกทักษะการฟังให้ลูก: เกมเสียงที่เล่นได้ที่บ้าน
