"รอก่อน" "ยังไม่ได้" "หยุด" เด็กเล็กได้ยินคำเหล่านี้หลายครั้งต่อวัน เพราะการหยุดตัวเองเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กสี่ห้าขวบ ความสามารถในการยั้งสิ่งที่อยากทำทันที รอจังหวะที่ใช่ และทำตามกติกาแม้ร่างกายอยากทำอย่างอื่น มักเรียกว่าการควบคุมตัวเอง ความสามารถนี้ค่อย ๆ เติบโตตลอดวัยเด็ก และการเล่นเป็นวิธีฝึกที่อ่อนโยนที่สุดวิธีหนึ่ง บทความนี้เล่าถึงเกม "หยุดและไป" ง่าย ๆ ที่เล่นที่บ้านได้ และวิธีปรับเมื่อลูกโตขึ้น
ทำไมเกมจึงช่วยได้
ในชีวิตประจำวัน การหยุดมักหมายถึงต้องเสียอะไรไป วางของเล่น กลับจากสวนสาธารณะ รออาหาร แต่ในเกม การหยุดกลับเป็นส่วนที่สนุกที่สุด ในไม่กี่นาที ลูกได้ฝึกรอ ฟัง และเปลี่ยนทิศหลายครั้ง ด้วยเสียงหัวเราะแทนการทะเลาะ
เกมเหล่านี้ฝึกสามอย่างพร้อมกัน
- รอสัญญาณ ก่อนขยับ
- ยั้งท่าที่ทำจนชิน แล้วทำอย่างอื่นแทน
- เปลี่ยนกติกา เมื่อเกมเปลี่ยน
เด็กเล็กรู้สึกว่าทั้งสามอย่างยาก และเป็นเรื่องปกติ เด็กส่วนใหญ่ค่อย ๆ ทำได้ดีขึ้นตลอดช่วงชั้นประถม
เกมรอสัญญาณ
- ไฟแดง ไฟเขียว คนนำเกมบอก "เขียว" (เดิน) "แดง" (หยุดนิ่ง) และ "เหลือง" (เดินช้า ๆ แบบภาพช้า) ใครขยับตอนไฟแดงต้องถอยหลังไปสองสามก้าว
- เต้นแล้วหยุด เต้นไปเรื่อย ๆ ขณะเพลงดัง พอเพลงหยุดก็ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น คนนำเกมเป็นคนเปิดปิดเพลง
- คำวิเศษ ตกลงคำวิเศษกันหนึ่งคำ เช่น "กล้วย" ถ้าพูดว่า "กล้วย จับจมูก" ให้ทำตาม ถ้าพูดแค่ "จับจมูก" โดยไม่มีคำวิเศษ ให้อยู่นิ่ง ๆ
- สัญญาณปรบมือ ปรบหนึ่งครั้งคือเดิน สองครั้งคือกระโดด สามครั้งคือนั่ง ต้องฟังและนับก่อนขยับ
เกมทำตรงข้าม
- วันกลับหัว ถ้าคนนำเกมบอก "ลุกขึ้น" ทุกคนนั่งลง "ดัง ๆ" แปลว่ากระซิบ "ตัวใหญ่" แปลว่าทำตัวให้เล็กที่สุด
- หัวกับเท้า "จับหัว" แปลว่าจับเท้า และ "จับเท้า" แปลว่าจับหัว เริ่มช้า ๆ แล้วค่อยเร็วขึ้น
- กระโดดตามลูกศร คนนำเกมชี้ซ้ายหรือขวาด้วยมือหรือลูกศรกระดาษ เด็ก ๆ กระโดดไปทางตรงข้าม
เกมเปลี่ยนกติกา
- สลับสีไฟ เล่นไฟแดง ไฟเขียวไปสักพัก แล้วประกาศว่า "ตอนนี้ไฟแดงคือไป ไฟเขียวคือหยุด"
- แยกแล้วเปลี่ยน แยกไพ่หรือของเล่นกองหนึ่งตามสี แล้วคละกันใหม่และแยกกองเดิมตามรูปทรงหรือขนาด
- เปลี่ยนคนนำ ทุก ๆ สองสามรอบเปลี่ยนคนนำเกม และให้คนนำคนใหม่เพิ่มกติกาหนึ่งข้อ
การเปลี่ยนกติกาเป็นส่วนที่ยากที่สุด ถ้าเกมวุ่นวายหลังเปลี่ยนกติกา ให้กลับไปเล่นแบบง่ายสักพัก
ทำให้สนุกต่อไป
- เริ่มช้าและง่าย ตอนแรกสัญญาณเดียวก็พอ ค่อยเพิ่มเมื่อลูกมั่นใจ
- ไม่มีใครตกรอบ ในเกมที่เล่นกันที่โรงเรียน ใครขยับผิดมักต้องออกจากเกม แต่ที่บ้าน ให้ถอยหลังสองสามก้าว สลับบทบาท หรือหัวเราะแล้วเล่นต่อจะดีกว่า เพื่อให้เด็กที่ต้องฝึกมากที่สุดได้เล่นต่อ
- ให้ลูกเป็นคนนำ การออกคำสั่งสนุก และการเห็นคนอื่นทำผิดช่วยให้ลูกรู้ว่าเกมนี้ยากแค่ไหน
- จบอย่างสงบ ปิดท้ายด้วยรอบช้า ๆ เช่น ยืนนิ่งนับถึงสิบ แล้วค่อยไปทำอย่างอื่น
| อายุ (โดยประมาณ) | เกมที่เริ่มได้ง่าย | เคล็ดลับ |
|---|---|---|
| 4–5 | เต้นแล้วหยุด ไฟแดง ไฟเขียว | สัญญาณเดียว รอบสั้น ๆ |
| 5–7 | คำวิเศษ สัญญาณปรบมือ | เพิ่มสัญญาณที่สอง |
| 7–10 | วันกลับหัว หัวกับเท้า สลับสีไฟ | เร็วขึ้นและเปลี่ยนกติกา |
ใน Dologi ปริศนา "แตะให้ครบ" ในหมวดสมาธิให้ลูกแตะเฉพาะสิ่งที่ตรงกับกติกา เช่น ดาวทุกดวง แล้วปล่อยสิ่งอื่นไว้ เป็นวิธีนั่งฝึกการยั้งตัวเองแบบเดียวกันอย่างเงียบ ๆ
สรุป
- การควบคุมตัวเองคือการรอ การยั้ง และการเปลี่ยนกติกา ซึ่งค่อย ๆ เติบโตตลอดวัยเด็ก
- เกมหยุดและไปให้ลูกได้ฝึกหลายครั้ง ด้วยเสียงหัวเราะแทนการทะเลาะ
- เริ่มจากสัญญาณเดียว แล้วเพิ่มเกมทำตรงข้ามและเปลี่ยนกติกาเมื่อลูกโตขึ้น
- ไม่ให้ใครตกรอบ ให้ลูกเป็นคนนำ และจบด้วยรอบที่สงบ
อ่านเพิ่มเติม: ลูกนั่งนิ่งไม่ได้แม้ 5 นาที: ช่วยเด็กที่ชอบขยับให้มีสมาธิมากขึ้น
